<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ภาคเหนือ &#8211; INSIAM</title>
	<atom:link href="https://insiam.com/category/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B8%AD/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://insiam.com</link>
	<description>77 จังหวัดสยาม ส่งเสริมประเพณีสยาม เพื่อสังคมสยาม</description>
	<lastBuildDate>Fri, 15 Apr 2016 10:23:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9</generator>

<image>
	<url>https://insiam.com/wp-content/uploads/2022/06/cropped-lotusx512-32x32.jpg</url>
	<title>ภาคเหนือ &#8211; INSIAM</title>
	<link>https://insiam.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เชียงใหม่</title>
		<link>https://insiam.com/chiengmai/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[insiam_911]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 27 Feb 2016 07:23:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[chiangmai]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://insiam.com/?p=320</guid>

					<description><![CDATA[ดอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีเป็นสง่า บุปผาชาติล้วนงามตา นามล้ำค่านครพิงค์ ประวัติฯเชียงใหม่ ประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ (สมัยราชวงศ์มังราย และสมัยพม่าปกครอง) อรุณรัตน์ วิเชียรเขียว* เมืองเชียงใหม่มีชื่อที่ปรากฏในตำนานว่า “นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่” เป็นราชธานีของอาณาจักรล้านนาไทยมาตั้งแต่พระยามังรายได้ทรงสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๑๘๓๙ นับถึงปัจจุบันมีอายุร่วมเจ็ดร้อยปี และเมืองเชียงใหม่ได้มีวิวัฒนาการสืบเนื่องกันมาในประวัติศาสตร์ตลอดมา เชียงใหม่มีฐานะเป็นนครหลวงอิสระ ปกครองโดยกษัตริย์ราชวงศ์มังราย ประมาณ ๒๐๐ ปี (ระหว่าง พ.ศ.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p>ดอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีเป็นสง่า บุปผาชาติล้วนงามตา นามล้ำค่านครพิงค์</p></blockquote>
<h3>ประวัติฯเชียงใหม่</h3>
<p><strong>ประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ </strong><strong>(สมัยราชวงศ์มังราย และสมัยพม่าปกครอง)</strong></p>
<p>อรุณรัตน์ วิเชียรเขียว<a href="#_ftn1" name="_ftnref1">*</a></p>
<p>เมืองเชียงใหม่มีชื่อที่ปรากฏในตำนานว่า “นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่” เป็นราชธานีของอาณาจักรล้านนาไทยมาตั้งแต่พระยามังรายได้ทรงสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๑๘๓๙ นับถึงปัจจุบันมีอายุร่วมเจ็ดร้อยปี และเมืองเชียงใหม่ได้มีวิวัฒนาการสืบเนื่องกันมาในประวัติศาสตร์ตลอดมา เชียงใหม่มีฐานะเป็นนครหลวงอิสระ ปกครองโดยกษัตริย์ราชวงศ์มังราย ประมาณ ๒๐๐ ปี (ระหว่าง พ.ศ. ๑๘๓๙ &#8211; ๒๑๐๑) ในปี พ.ศ. ๒๑๐๑ เชียงใหม่ได้เสียเอกราชให้แก่กษัตริย์พม่าชื่อบุเรงนอง และได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่านานร่วมสองร้อยปี จนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและ     พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ทรงช่วยเหลือล้านนาไทยภายใต้การนำของพระยากาวิละและพระยาจ่าบ้าน ในการทำสงครามขับไล่พม่าออกไปจากเชียงใหม่และเมืองเชียงแสนได้สำเร็จ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชสถาปนาพระยากาวิละเป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่ ในฐานะเมืองประเทศราชของกรุงเทพ และมีเชื้อสายของพระยากาวิละซึ่งเรียกว่าตระกูลเจ้าเจ็ดตนปกครองเมืองเชียงใหม่ เมืองลำพูน และลำปางสืบต่อมา จนกระทั่งในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดให้ปฏิรูปการปกครองหัวเมืองประเทศราชได้ยกเลิกการมีเมืองประเทศราชในภาคเหนือ จัดตั้งการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล เรียกว่า มณฑลพายัพ และเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๖ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ปรับปรุงการปกครองแบบจังหวัด เชียงใหม่จึงมีฐานะเป็นจังหวัดจนปัจจุบัน</p>
<figure id="attachment_433" aria-describedby="caption-attachment-433" style="width: 300px" class="wp-caption alignnone"><a href="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/chiangmai.jpg" rel="attachment wp-att-433"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-medium wp-image-433" src="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/chiangmai-300x225.jpg" alt="เชียงใหม่" width="300" height="225" srcset="https://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/chiangmai-300x225.jpg 300w, https://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/chiangmai-1024x768.jpg 1024w, https://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/chiangmai-320x240.jpg 320w, https://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/chiangmai.jpg 1600w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a><figcaption id="caption-attachment-433" class="wp-caption-text">เชียงใหม่</figcaption></figure>
<p>เพื่อให้สะดวกในการอ่านเรื่องราวของเชียงใหม่และล้านนาไทย จึงขอแบ่งยุคสมัยใน ประวัติศาสตร์ของเชียงใหม่เป็น ๔ สมัย ดังนี้</p>
<ul>
<li>สมัยก่อนสร้างเมืองเชียงใหม่ (ก่อน พ.ศ. ๑๘๓๙)</li>
<li>สมัยราชวงศ์มังรายปกครอง (พ.ศ. ๑๘๓๙ &#8211; ๒๑๐๑)</li>
<li>สมัยตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า (พ.ศ. ๒๑๐๑ &#8211; ๒๓๑๗)</li>
<li>สมัยเป็นเมืองประเทศราชของไทย (พ.ศ. ๒๓๑๗ &#8211; ๒๔๗๖)</li>
</ul>
<p><a href="#_ftnref1" name="_ftn1">*</a> ภาควิชาประวัติศาสตร์ วิทยาลัยครูเชียงใหม่</p>
<p><a href="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/n_chiengmai.pdf" rel="attachment wp-att-158"><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-158" src="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/01/pdf-e1456499235314.png" alt="pdf" width="138" height="45" /></a></p>
<hr />
<p><a href="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/051_chiangmai.pdf" rel="attachment wp-att-437"><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-437" src="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/travelling-350x100.png" alt="" width="350" height="100" srcset="https://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/travelling-350x100.png 350w, https://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/travelling-350x100-300x86.png 300w" sizes="(max-width: 350px) 100vw, 350px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เชียงราย</title>
		<link>https://insiam.com/chiengrai/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[insiam_911]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 27 Feb 2016 07:19:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[chiangrai]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงราย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://insiam.com/?p=317</guid>

					<description><![CDATA[เหนือสุดในสยาม ชายแดนสามแผ่นดิน ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา ล้ำค่าพระธาตุดอยตุง ประวัติฯเชียงราย ๑. สมัยก่อนกรุงศรีอยุธยา ครั้นพ่อขุนเมงราย ประสูติแล้ว และเมื่อเจริญพระชันษาได้ ๒๑ พรรษา ได้เสวยราชย์ครอบครองสมบัติ ที่เมืองหิรัญนครเงินยาง เมื่อ พ.ศ. ๑๘๐๒ พระองค์ให้เจ้าพระยามหานครทั้งหลายไปถวายบังคม หากเจ้าเมืองขัดขืนก็แต่งตั้งกองทัพออกไปปราบปราม ตีได้เมืองมอบ เมืองไร เมืองเชียง-คำ แล้วปลดเจ้าผู้ครองนครเหล่านั้น แต่งตั้งขุนนางของพระองค์ครองเมืองนั้นแทน]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p>เหนือสุดในสยาม ชายแดนสามแผ่นดิน ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา ล้ำค่าพระธาตุดอยตุง</p></blockquote>
<h3><strong>ประวัติฯเชียงราย</strong></h3>
<p><strong>๑</strong><strong>. สมัยก่อนกรุงศรีอยุธยา</strong></p>
<p>ครั้นพ่อขุนเมงราย ประสูติแล้ว และเมื่อเจริญพระชันษาได้ ๒๑ พรรษา ได้เสวยราชย์ครอบครองสมบัติ ที่เมืองหิรัญนครเงินยาง เมื่อ พ.ศ. ๑๘๐๒ พระองค์ให้เจ้าพระยามหานครทั้งหลายไปถวายบังคม หากเจ้าเมืองขัดขืนก็แต่งตั้งกองทัพออกไปปราบปราม ตีได้เมืองมอบ เมืองไร เมืองเชียง-คำ แล้วปลดเจ้าผู้ครองนครเหล่านั้น แต่งตั้งขุนนางของพระองค์ครองเมืองนั้นแทน ต่อมาหัวเมืองทั้งหลาย เช่น เมืองเชียงช้าง เป็นต้น ก็พากันมาอ่อนน้อมเป็นเมืองขึ้น เพราะเกรงเดชานุภาพ ของพ่อ-ขุนเมงราย</p>
<p>เมื่อพ่อขุนเมงรายได้ทรงรวบรวมหัวเมืองฝ่ายเหนือในอาณาเขตรอบ ๆ ได้แล้ว จีงดำริจะทรงกรีฑาทัพไปแสดงฝีมือในด้านการยุทธต่อหัวเมืองฝ่ายใต้ลงมา จึงไปรวมพล ณ เมืองลาวกู่เต้า เผอิญช้างมงคล (ช้างพระที่นั่ง) ของพระองค์ได้พลัดหายไป พ่อขุนเมงรายจึงเสด็จติดตามรอยช้างไปจนถึงดอยจอมทอง ริมแม่น้ำกก เห็นภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มอุดมสมบูรณ์เป็นชัยภูมิที่ดี จึงให้สร้างเมืองใหม่ขึ้น โดยก่อปราการโอบเอาดอยจอมทองไว้ในท่ามกลางขนานนามเมืองว่า &#8220;เมืองเชียงราย&#8221; ใน พ.ศ. ๑๘๐๕ แล้วพ่อขุนเมงรายก็อพยพจากเมืองหิรัญนครเงินยางมาประทับอยู่ ณ เมืองเชียงราย ต่อมาอีก ๓ ปี พ่อขุนเมงรายก็ไปตั้งเมืองใหญ่ขึ้นอีกเมืองหนึ่ง ณ ตำบลเมืองฝาง (เมืองไชยปราการเดิม) ต่อจากนั้นอีกหนึ่งปีก็ยกกองทัพไปตีเมืองผาแดงเชียงของ เมื่อได้เมืองผาแดงเชียงของแล้ว กลับมาประทับ ณ เมืองฝางอีกประมาณ ๖ ปี จึงได้ยกกองทัพไปตีเมืองเชิงแล้วก็ทรงกลับมาประทับเมืองฝางตามเดิม พ่อขุนเมงรายมีพระโอรส ๓ องค์ คือ ๑. เจ้าเครื่อง ๒. เจ้าราชบุตรคราม ๓. เจ้าราชบุตรเครือ</p>
<p>เมืองฝางที่พ่อขุนเมงรายประทับอยู่ติดกับแว่นแคว้นลานนา พ่อค้าวาณิชย์ชาวเมืองหริ-ภุญไชย ไปมาค้าขายที่เมืองฝาง พ่อขุนเมงรายทราบว่าเมืองหริภุญไชยเป็นเมืองมั่งคั่งสมบูรณ์ก็อยากได้ไว้ในอำนาจ ก็ทรงแต่งตั้งให้อ้ายฟ้า เข้าไปเป็นไส้ศึกอยู่ในเมืองหริภุญไชยในปี พ.ศ. ๑๘๑๘ และใน พ.ศ. ๑๘๒๔ พ่อขุนเมงรายก็ยกกองทัพมาตีเอาหริภุญไชยได้ จึงให้พระราชโอรสองค์ใหญ่ คือขุนเครื่องไปครองเมืองเชียงราย ขุนเครื่องหลงเชื่อถ้อยคำ ขุนใสเรืองคิดการกบฎ พ่อขุนเมงรายจึงให้อ้ายเผียนไปซุ่มดักยิงด้วยหน้าไม้ปืนยา (หน้าไม้อาบยาพิษ) ถูกขุนเครื่องตายแล้วใส่สถาปนาเจ้าราชบุตรคราม โอรสองค์ที่ ๒ สืบราชสมบัติเมืองเชียงรายแทน</p>
<p><a href="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/n_chiengrai.pdf" rel="attachment wp-att-158"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-158" src="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/01/pdf-e1456499235314.png" alt="pdf" width="138" height="45" /></a></p>
<hr />
<p><a href="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/050_chiangrai.pdf" rel="attachment wp-att-437"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-437" src="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/travelling-350x100.png" alt="" width="350" height="100" srcset="https://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/travelling-350x100.png 350w, https://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/travelling-350x100-300x86.png 300w" sizes="auto, (max-width: 350px) 100vw, 350px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ลำปาง</title>
		<link>https://insiam.com/lampang/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[insiam_911]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 27 Feb 2016 07:05:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[lampang]]></category>
		<category><![CDATA[ลำปาง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://insiam.com/?p=311</guid>

					<description><![CDATA[ถ่านหินลือชา รถม้าลือลั่น เครื่องปั้นลือนาม งามพระธาตุลือไกล ฝึกช้างใช้ลือโลก ประวัติศาสตร์จังหวัดลำปาง จังหวัดลำปางเป็นที่ตั้งเมืองโบราณที่มีความสำคัญของประวัติศาสตร์ และโบราณคดีมาตั้งแต่สมัยหริภุญไชย คือราวต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๓ มีชื่อเรียกในตำนานเป็น ภาษาบาลีว่า &#8220;เขลางค์นคร&#8221; คำว่า &#8220;ลคร&#8221; (นคร) เป็นชื่อสามัญของเมืองเขลางค์ ซึ่ง นิยมเรียกกันอย่างแพร่หลาย ปรากฏอยู่ในตำนานศิลาจารึกและพงศาวดารส่วนภาษาพูดโดยทั่วไปเรียกว่า &#8220;ละกอน&#8221; ดังนั้นเมืองลคร (นคร) จึงหมายถึงบริเวณอันเป็นที่ตั้งของ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p>ถ่านหินลือชา รถม้าลือลั่น เครื่องปั้นลือนาม งามพระธาตุลือไกล ฝึกช้างใช้ลือโลก</p></blockquote>
<h3>ประวัติศาสตร์จังหวัดลำปาง</h3>
<p>จังหวัดลำปางเป็นที่ตั้งเมืองโบราณที่มีความสำคัญของประวัติศาสตร์ และโบราณคดีมาตั้งแต่สมัยหริภุญไชย คือราวต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๓ มีชื่อเรียกในตำนานเป็น ภาษาบาลีว่า &#8220;เขลางค์นคร&#8221; คำว่า &#8220;ลคร&#8221; (นคร) เป็นชื่อสามัญของเมืองเขลางค์ ซึ่ง นิยมเรียกกันอย่างแพร่หลาย ปรากฏอยู่ในตำนานศิลาจารึกและพงศาวดารส่วนภาษาพูดโดยทั่วไปเรียกว่า &#8220;ละกอน&#8221; ดังนั้นเมืองลคร (นคร) จึงหมายถึงบริเวณอันเป็นที่ตั้งของ เขลางค์ ซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำวัง ในเขตตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดลำปางในปัจจุบัน ส่วนคำว่า &#8220;ลำปาง&#8221; ปรากฏชื่ออยู่ในตำนานวัดพระธาตุลำปาง หลวง ซึ่งเรียกเป็นภาษาบาลีว่า &#8220;ลัมภกัปปะ&#8221; ตั้งอยู่ในเขตตำบลลำปางหลวง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง อยู่ห่างจากตัวจังหวัดไปทางทิศใต้ราว ๑๖ กิโลเมตร เป็นที่ประดิษฐานของพระธาตุลำปางหลวงในปัจจุบัน</p>
<p><a href="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/n_lampang.pdf" rel="attachment wp-att-158"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-158" src="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/01/pdf-e1456499235314.png" alt="pdf" width="138" height="45" /></a></p>
<hr />
<p><a href="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/056_lampang.pdf" rel="attachment wp-att-437"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-437" src="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/travelling-350x100.png" alt="" width="350" height="100" srcset="https://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/travelling-350x100.png 350w, https://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/travelling-350x100-300x86.png 300w" sizes="auto, (max-width: 350px) 100vw, 350px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ลำพูน</title>
		<link>https://insiam.com/lamphun/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[insiam_911]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 27 Feb 2016 06:56:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[lamphun]]></category>
		<category><![CDATA[ลำพูน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://insiam.com/?p=308</guid>

					<description><![CDATA[พระธาตุเด่น พระรอดขลัง ลำไยดัง กระเทียมดี ประเพณีงาม จามเทวี ศรีหริภุญชัย ประวัติศาสตร์จังหวัดลำพูน  ๑. สมัยก่อนกรุงศรีอยุธยา ลำพูน เดิมชื่อ หริภุญชัย เดิมเป็นถิ่นฐานของเมงคบุตร (คือพวกชนเผ่าสกุลมอญในสุวรรณภูมิ ภาคเหนืออันเป็นสาขาหนึ่งของชนเผ่ามอญ เขมร จากมหาอาณาจักรพนม) พระพุทธองค์ทรงพยากรณ์ว่า ต่อไปจะบังเกิดนครหริภุญชัยขึ้น และเมื่อพระองค์ปรินิพพานแล้วพระบรมสารีริกธาตุจึงปรากฏขึ้นมาเอง เมืองหริภุญชัย เป็นเมืองโบราณเก่าแก่ที่สุดในภาคเหนือ สร้างขึ้นระหว่างแม่น้ำ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p>พระธาตุเด่น พระรอดขลัง ลำไยดัง กระเทียมดี ประเพณีงาม จามเทวี ศรีหริภุญชัย</p></blockquote>
<h3><strong>ประวัติศาสตร์จังหวัดลำพูน</strong></h3>
<p><strong> ๑</strong><strong>. สมัยก่อนกรุงศรีอยุธยา</strong></p>
<p>ลำพูน เดิมชื่อ หริภุญชัย เดิมเป็นถิ่นฐานของเมงคบุตร (คือพวกชนเผ่าสกุลมอญในสุวรรณภูมิ ภาคเหนืออันเป็นสาขาหนึ่งของชนเผ่ามอญ เขมร จากมหาอาณาจักรพนม) พระพุทธองค์ทรงพยากรณ์ว่า ต่อไปจะบังเกิดนครหริภุญชัยขึ้น และเมื่อพระองค์ปรินิพพานแล้วพระบรมสารีริกธาตุจึงปรากฏขึ้นมาเอง</p>
<p>เมืองหริภุญชัย เป็นเมืองโบราณเก่าแก่ที่สุดในภาคเหนือ สร้างขึ้นระหว่างแม่น้ำ ๒ สาย คือ แม่น้ำปิง และแม่น้ำกวง ความมุ่งหมายการสร้าง เพื่อเป็นแหล่งขยายอารยธรรมของอาณาจักรที่ รุ่งเรืองของละโว้ไปทางทิศเหนือ ไปสู่ชนที่อาศัยอยู่กระจัดกระจายในบริเวณแถบนั้น</p>
<p><strong>๒</strong><strong>. สมัยกรุงศรีอยุธยา</strong></p>
<p>ลำพูนเป็นเมืองเล็กที่มิได้ตั้งขึ้นเพื่อขยายอิทธิพลทางอาณาจักร จึงถูกรังแกจากชุมชนที่ใหญ่กว่าตลอดมา ทำให้อาณาจักรลานนาไทยที่อยู่ตรงกลางเปลี่ยนมือการปกครองหลายครั้ง และ   ตกอยู่ในอำนาจของพม่าและมอญเป็นเวลานานถึง ๒๐๐ ปี (พ.ศ. ๒๑๐๑-๒๓๑๗) พระเมืองแก้ว ราชวงศ์เม็งราย ผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ ๑๓ ได้รื้อกำแพงเมืองหริภุญชัยเดิม และสร้างใหม่ให้แคบลงซึ่งรวมอยู่ในอาณาจักรนครพิงค์ ต่อมา พ.ศ. ๒๒๗๒-๒๒๗๕ พม่าคุกคาม แคว้นลานนา เจ้ามหายศเมืองลำพูน ได้ยกกองทัพไปรบกับชาวลำปาง แพ้นายทิพย์ช้าง พรานป่าชาวบ้าน ปงยางคก (ต้นตระกูล ณ เชียงใหม่ ณ ลำพูน ณ ลำปาง และเชื้อเจ็ดตน) ได้กู้ลำปางพ้นจากอำนาจพม่า หลังจากนั้นปี พ.ศ. ๒๓๐๔ โปมะยุง่วน ยกกองทัพมาตีเชียงใหม่ (ขณะนั้นขึ้นตรงต่อกรุงศรีอยุธยา) ได้แล้วเข้าครองเชียงใหม่ แต่พระยาลำพูนไม่ยอมขึ้นกับพม่าหนีมาอยู่เมืองพิชัย ในเวลาต่อมาปี พ.ศ. ๒๓๐๖ พม่ายกทัพมาตีลำพูนแตก เจ้าเมืองไชยส้องสุมผู้คนเข้าแย่งตีเมืองคืน แต่มีกำลังน้อยกว่า จึงพ่ายแพ้ถูกฆ่าตาย ปี พ.ศ. ๒๓๐๘ ชาวเมืองลำพูนรวมกำลังเป็นกบฎเข้ารบกับโปมะยุง่วนที่เชียงใหม่ โปมะยุง่วนหนีกลับเมืองอังวะพม่าส่งอะแซหวุ่นกี้มาปราบลำพูนราบคาบในปี พ.ศ. ๒๓๐๙</p>
<p><a href="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/n_lampoon.pdf" rel="attachment wp-att-158"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-158" src="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/01/pdf-e1456499235314.png" alt="pdf" width="138" height="45" /></a></p>
<hr />
<p><a href="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/057_lumphun.pdf" rel="attachment wp-att-437"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-437" src="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/travelling-350x100.png" alt="" width="350" height="100" srcset="https://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/travelling-350x100.png 350w, https://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/travelling-350x100-300x86.png 300w" sizes="auto, (max-width: 350px) 100vw, 350px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แม่ฮ่องสอน</title>
		<link>https://insiam.com/maehongson/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[insiam_911]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 27 Feb 2016 06:48:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[maehongson]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ฮ่องสอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://insiam.com/?p=305</guid>

					<description><![CDATA[หมอกสามฤดู กองมูเสียดฟ้า ป่าเขียวขจี ผู้คนดี ประเพณีงาม ลือนามถิ่นบัวตอง ประวัติฯแม่ฮ่องสอน สมัยก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ แม่ฮ่องสอน เดิมเป็นชุมชนบ้านป่า ไม่มีผู้ใดปกครอง คงมีแต่ชาวไทยใหญ่จากชายแดนพม่าเข้ามาอยู่อาศัย ทำมาหากินบ้างเป็นบางฤดู ความสำคัญในสมัยนั้นเป็นเพียงทางผ่านของกองทัพพม่าที่เดินทางเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยา หรือหัวเมืองฝ่ายเหนือของไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยาเท่านั้น  สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๓๗๔ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระเจ้ามโหตร-ประเทศ (เจ้าพระยาเชียงใหม่มหาวงศ์) เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ประสงค์จะได้ช้างป่ามาฝึกใช้งานจึงบัญชาให้เจ้าแก้วเมืองมาควบคุมไพร่พล]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p>หมอกสามฤดู กองมูเสียดฟ้า ป่าเขียวขจี ผู้คนดี ประเพณีงาม ลือนามถิ่นบัวตอง</p></blockquote>
<p><strong>ประวัติฯแม่ฮ่องสอน</strong></p>
<p><strong>สมัยก่อนกรุงรัตนโกสินทร์</strong></p>
<p><strong>แม่ฮ่องสอน </strong>เดิมเป็นชุมชนบ้านป่า ไม่มีผู้ใดปกครอง คงมีแต่ชาวไทยใหญ่จากชายแดนพม่าเข้ามาอยู่อาศัย ทำมาหากินบ้างเป็นบางฤดู ความสำคัญในสมัยนั้นเป็นเพียงทางผ่านของกองทัพพม่าที่เดินทางเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยา หรือหัวเมืองฝ่ายเหนือของไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยาเท่านั้น</p>
<p><strong> สมัยกรุงรัตนโกสินทร์</strong></p>
<p>ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๓๗๔ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระเจ้ามโหตร-ประเทศ (เจ้าพระยาเชียงใหม่มหาวงศ์) เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ประสงค์จะได้ช้างป่ามาฝึกใช้งานจึงบัญชาให้เจ้าแก้วเมืองมาควบคุมไพร่พล หมอครวญพร้อมด้วยกำลังช้างต่อ ออกเดินทางไปสำรวจและคล้องช้างป่าทางด้านดินแดนแถบนี้ เจ้าแก้วเมืองมาเดินทางรอนแรมจากเชียงใหม่ มาถึงที่แห่งหนึ่งทางทิศใต้ริมฝั่งน้ำปาย เห็นว่าทำเลดีและเหมาะสม เพราะเป็นที่ราบมีน้ำท่าบริบูรณ์ ทั้งยังเป็นป่าโปร่ง มีหมูป่าลงกินโป่งชุกชุม เหมาะสมที่จะจัดตั้งเป็นหมู่บ้านได้ จึงหยุดพักไพร่พลอยู่ ณ ที่แห่งนี้ แล้วทำการรวบรวมชาวไทยใหญ่ที่กระจัดกระจายกันอยู่ให้มาตั้งบ้านเรือนเป็นหลักแหล่ง และตั้งชื่อว่า<strong> &#8220;บ้านโป่ง-หมู&#8221;</strong> ซึ่งปัจจุบันได้เพี้ยนเป็น <strong>&#8220;บ้านปางหมู&#8221; </strong>ซึ่งเป็นสถานที่ที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน และแต่งตั้งให้ <strong>&#8220;พระกาหม่อง&#8221;</strong> เป็นหัวหน้าบ้านปกครองดูแล เมื่อเจ้าแก้วเมืองมา ได้จัดตั้งหมู่บ้านโป่งหมูเรียบร้อยแล้ว ก็ออกเดินทางต่อไปทางใต้เพื่อคล้องช้างป่า จนถึงลำห้วยแห่งหนึ่งไม่ไกลจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนในปัจจุบันนัก ได้พบรอยเท้าช้างป่ามากมาย จึงหยุดพักพลอยู่ ณ ที่นั้นทำการคล้องช้างป่าได้หลายเชือก เมื่อได้ช้างป่ามาแล้ว ก็ได้ตั้งคอกฝึกสอนช้างป่าในลำห้วยนั้น และได้มอบให้ &#8220;แสนโกม&#8221; บุตรชายพะกาหม่อง ไปชักชวนผู้คนมาอยู่รวมกันเป็นหมู่บ้านและชื่อว่า &#8220;แม่ร่องสอน&#8221; ซึ่งปัจจุบันเรียกเพี้ยนเป็น <strong>&#8220;แม่ฮ่องสอน&#8221;</strong></p>
<p><a href="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/n_maehongsorn.pdf" rel="attachment wp-att-158"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-158" src="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/01/pdf-e1456499235314.png" alt="pdf" width="138" height="45" /></a></p>
<hr />
<p><a href="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/055_maehongson.pdf" rel="attachment wp-att-437"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-437" src="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/travelling-350x100.png" alt="" width="350" height="100" srcset="https://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/travelling-350x100.png 350w, https://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/travelling-350x100-300x86.png 300w" sizes="auto, (max-width: 350px) 100vw, 350px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>น่าน</title>
		<link>https://insiam.com/naan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[insiam_911]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 27 Feb 2016 06:28:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[nan]]></category>
		<category><![CDATA[น่าน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://insiam.com/?p=299</guid>

					<description><![CDATA[แข่งเรือลือเลื่อง  เมืองงาช้างดำ  จิตรกรรมวัดภูมินทร์  แดนดินส้มสีทอง  เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง ประวัติศาสตร์จังหวัดน่าน สมัยก่อนกรุงสุโขทัย ดินแดนจังหวัดน่านปัจจุบัน ในโบราณสมัยเป็นอาณาจักรเล็กๆ ส่วนหนึ่งในลานนาไทยตั้งอยู่ในอาณาจักรใหญ่ที่มีจำนวนมากกว่า ทางทิศตะวันตกได้แก่ ลานนาไทย ซึ่งมีเชียงใหม่เป็น   ราชธานีสำคัญ และพม่าซึ่งอยู่ถัดต่อไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทางทิศเหนือและทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีหลวงพระบางและสิบสองปันนา กับมีอาณาจักรสุโขทัยและกรุงศรีอยุธยาอยู่ทางทิศใต้ ฉะนั้นสภาพการของแคว้นน่านจึงตกอยู่ด้วยเหตุผลว่า ถ้าอาณาจักรใดมีอำนาจมาก แคว้นน่านก็ตกไปอยู่ในอำนาจของอาณาจักรนั้น ที่จะตั้งเป็นเอกราชโดยลำพังตนเองนั้น เท่าที่ปรากฏในประวัติความเป็นมา ที่น้อยที่สุด โดยถูกรั้งกันไปรั้งกันมาอยู่]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p>แข่งเรือลือเลื่อง  เมืองงาช้างดำ  จิตรกรรมวัดภูมินทร์  แดนดินส้มสีทอง  เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง</p></blockquote>
<h3>ประวัติศาสตร์จังหวัดน่าน</h3>
<h4>สมัยก่อนกรุงสุโขทัย</h4>
<p>ดินแดนจังหวัดน่านปัจจุบัน ในโบราณสมัยเป็นอาณาจักรเล็กๆ ส่วนหนึ่งในลานนาไทยตั้งอยู่ในอาณาจักรใหญ่ที่มีจำนวนมากกว่า ทางทิศตะวันตกได้แก่ ลานนาไทย ซึ่งมีเชียงใหม่เป็น   ราชธานีสำคัญ และพม่าซึ่งอยู่ถัดต่อไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทางทิศเหนือและทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีหลวงพระบางและสิบสองปันนา กับมีอาณาจักรสุโขทัยและกรุงศรีอยุธยาอยู่ทางทิศใต้ ฉะนั้นสภาพการของแคว้นน่านจึงตกอยู่ด้วยเหตุผลว่า ถ้าอาณาจักรใดมีอำนาจมาก แคว้นน่านก็ตกไปอยู่ในอำนาจของอาณาจักรนั้น ที่จะตั้งเป็นเอกราชโดยลำพังตนเองนั้น เท่าที่ปรากฏในประวัติความเป็นมา ที่น้อยที่สุด โดยถูกรั้งกันไปรั้งกันมาอยู่ จนกระทั่งอาณาจักรสยามได้รวบรวมอาณาจักรลานนาไทยทั้งหมดไว้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สมัยใดที่แคว้นน่านตกอยู่ในความปกครองของอาณาจักรสยามหรือลานนาไทยด้วยกัน สมัยนั้นความรุ่งเรืองร่มเย็นเป็นสุขก็มีเป็นปกติอยู่แก่บ้านเมือง เพราะอาณาจักรทั้งสองนี้ปกครองด้วยความยุติธรรมและปรารถนาดี ปราศจากเสียซึ่งการวิหิงสาเบียดเบียน ถ้าเมื่อใดต้องตกไปอยู่ในความปกครองของพม่า บ้านเมืองก็เดือดร้อนระส่ำระสายเพราะวิธีการปกครองของพม่าไม่เป็นการสร้างสรรค์มีแต่จะทำลาย และกอบโกยหาผลประโยชน์ในเมืองขึ้นด้วยลักษณะทารุณกรรมนานาประการ ซึ่งปรากฏเป็นพฤติการณ์อันขมขื่นเกิดขึ้นแก่ชาติทั้งปวงที่ตกอยู่ในสมัยที่พม่ามีอำนาจอยู่ทั่วๆ กัน นอกจากนี้แคว้นน่านยังถูกรุกรานราวีจากเพื่อนบ้าน ซึ่งมาจากทางหลวงพระบางและสิบสองปันนา บางคราวก็สามารถตีทัพเหล่านี้แตกไป บางคราวก็พาลเสียบ้านเมืองหรือต้องอพยพเข้าป่าถอยร่นไปตั้งอยู่ในเมืองตอนเหนือบ้าง ตอนใต้บ้าง ไม่ใคร่เป็นปกติ นับเป็นประวัติความเป็นมาของแคว้นน่านในยุคโบราณกาล</p>
<p><a href="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/n_nan.pdf" rel="attachment wp-att-158"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-158" src="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/01/pdf-e1456499235314.png" alt="pdf" width="138" height="45" /></a></p>
<hr />
<p><a href="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/052_nan.pdf" rel="attachment wp-att-437"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-437" src="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/travelling-350x100.png" alt="" width="350" height="100" srcset="https://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/travelling-350x100.png 350w, https://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/travelling-350x100-300x86.png 300w" sizes="auto, (max-width: 350px) 100vw, 350px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พะเยา</title>
		<link>https://insiam.com/phayao/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[insiam_911]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 27 Feb 2016 06:18:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[phayao]]></category>
		<category><![CDATA[พะเยา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://insiam.com/?p=296</guid>

					<description><![CDATA[กว๊านพะเยาแหล่งชีวิต ศักดิ์สิทธิ์พระเจ้าตนหลวง บวงสรวงพ่อขุนงำเมือง งามลือเลื่องดอยบุษราคัม ประวัติฯพะเยา สมัยก่อนกรุงศรีอยุธยา พระเยาเป็นเมืองประวัติศาสตร์ เดิมมีชื่อว่า เมืองภูกามยาว หรือพยาว เคยมีเอกราชสมบูรณ์ มีกษัตริย์ปกครองสืบราชสันตติวงศ์มาปรากฏตามตำนานเมืองพะเยา ดังนี้ จุลศักราช ๔๒๑ พุทธศักราช ๑๖๐๒ พ่อขุนเงินหรือลาวเงิน ราชโอรสของขุนแรงกวา-กษัตริย์ผู้ครองนครเงินยางเชียงแสนมีพระราชโอรส ๒ องค์คือ ขุนจอมธรรมโอรสองค์ที่ ๒ ให้ปกครองเมืองภูกามยาว]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p>กว๊านพะเยาแหล่งชีวิต ศักดิ์สิทธิ์พระเจ้าตนหลวง บวงสรวงพ่อขุนงำเมือง งามลือเลื่องดอยบุษราคัม</p></blockquote>
<h3>ประวัติฯพะเยา</h3>
<p><strong>สมัยก่อนกรุงศรีอยุธยา</strong></p>
<p>พระเยาเป็นเมืองประวัติศาสตร์ เดิมมีชื่อว่า เมืองภูกามยาว หรือพยาว เคยมีเอกราชสมบูรณ์ มีกษัตริย์ปกครองสืบราชสันตติวงศ์มาปรากฏตามตำนานเมืองพะเยา ดังนี้</p>
<p>จุลศักราช ๔๒๑ พุทธศักราช ๑๖๐๒ พ่อขุนเงินหรือลาวเงิน ราชโอรสของขุนแรงกวา-กษัตริย์ผู้ครองนครเงินยางเชียงแสนมีพระราชโอรส ๒ องค์คือ ขุนจอมธรรมโอรสองค์ที่ ๒ ให้ปกครองเมืองภูกามยาว ซึ่งเป็นหัวเมืองฝ่ายใต้ แต่ขุนชินให้อยู่ในราชสำนักครองนครเงินยางเชียงแสน</p>
<p>ขุนจอมธรรมพร้อมข้าราชการบริวารขนเอาพระราชทรัพย์บรรทุกม้า พร้อมพลช้าง พลม้า ตามเสด็จถึงเมืองภูกามยาว และตั้งรากฐานเมืองใหม่ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณเมืองหนึ่ง นามว่า       &#8220;สีหราช&#8221; อยู่เชิงเขาชมภูหางดอยด้วน ลงไปจรดฝั่งแม่น้ำสายตา มีสัณฐานคล้ายลูกน้ำเต้า มีหนองน้ำใหญ่อยู่ทางตะวันตก       อันหมายถึงกว๊านพะเยา และทางทิศอีสานคือหนองหวีและหนองแว่น ต่อมารวมไพร่พลหัวเมืองต่างๆ       ได้ ๑๘๐,๐๐๐ คน จัดแบ่งได้ ๓๖ พันนาๆ ละ ๕๐๐ คน มีเขตแคว้นแดนเมืองในครั้งกระโน้น</p>
<p><a href="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/n_phayao.pdf" rel="attachment wp-att-158"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-158" src="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/01/pdf-e1456499235314.png" alt="pdf" width="138" height="45" /></a></p>
<hr />
<p><a href="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/053_phayao.pdf" rel="attachment wp-att-437"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-437" src="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/travelling-350x100.png" alt="" width="350" height="100" srcset="https://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/travelling-350x100.png 350w, https://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/travelling-350x100-300x86.png 300w" sizes="auto, (max-width: 350px) 100vw, 350px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แพร่</title>
		<link>https://insiam.com/prae/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[insiam_911]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 27 Feb 2016 05:54:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[phrae]]></category>
		<category><![CDATA[แพร่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://insiam.com/?p=283</guid>

					<description><![CDATA[หม้อห้อมไม้สัก ถิ่นรักพระลอ ช่อแฮศรีเมือง ลือเลื่องแพะเมืองผี คนแพร่นี้ใจงาม ประวัติศาสตร์จังหวัดแพร่ เมืองแพร่เป็นเมืองโบราณสร้างมาช้านานแล้วตั้งแต่อดีตกาล แต่ยังไม่ปรากฏหลักฐาน   แน่ชัดว่าสร้างขึ้นในสมัยใดและใครเป็นผู้สร้าง เมืองแพร่เป็นเมืองที่ไม่มีประวัติของตนเองจารึกไว้ในที่ใดๆ โดยเฉพาะ นอกจากปรากฏในตำนาน พงศาวดาร และจารึกของเมืองอื่นๆ บ้างเพียงเล็กน้อย ดังจะกล่าวรายละเอียดในตอนต่อไป จากการศึกษาค้นคว้าและตรวจสอบหลักฐานจากตำนานเมืองเหนือ พงศาวดารโยนก และศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง เมืองแพร่น่าจะสร้างยุคเดียวกันกับกรุงสุโขทัย เชียงใหม่ ลำพูน พะเยา น่าน]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p>หม้อห้อมไม้สัก ถิ่นรักพระลอ ช่อแฮศรีเมือง ลือเลื่องแพะเมืองผี คนแพร่นี้ใจงาม</p></blockquote>
<h3>ประวัติศาสตร์จังหวัดแพร่</h3>
<p>เมืองแพร่เป็นเมืองโบราณสร้างมาช้านานแล้วตั้งแต่อดีตกาล แต่ยังไม่ปรากฏหลักฐาน   แน่ชัดว่าสร้างขึ้นในสมัยใดและใครเป็นผู้สร้าง</p>
<p>เมืองแพร่เป็นเมืองที่ไม่มีประวัติของตนเองจารึกไว้ในที่ใดๆ โดยเฉพาะ นอกจากปรากฏในตำนาน พงศาวดาร และจารึกของเมืองอื่นๆ บ้างเพียงเล็กน้อย ดังจะกล่าวรายละเอียดในตอนต่อไป</p>
<p>จากการศึกษาค้นคว้าและตรวจสอบหลักฐานจากตำนานเมืองเหนือ พงศาวดารโยนก และศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง เมืองแพร่น่าจะสร้างยุคเดียวกันกับกรุงสุโขทัย เชียงใหม่ ลำพูน พะเยา น่าน ซึ่งบ้านเมืองของเมืองแพร่ในยุคนั้นคงไม่กว้างขวางและมีผู้คนมากมายเหมือนปัจจุบัน</p>
<p>เมืองแพร่มีชื่อเรียกกันหลายอย่าง ตำนานเมืองเหนือเรียกว่า “พลนคร” หรือ “เมืองพล”</p>
<p>ดังปรากฏในตำนานสร้างพระธาตุลำปางหลวงว่า</p>
<p>“เบื้องหน้าแต่นั้นนานมา ยังมีพระยาสามนตราชองค์หนึ่ง เสวยราชสมบัติในพลรัฐนคร อันมีในที่ใกล้กันกับลัมภกัปปะนคร (ลำปาง) นี่ ทราบว่าสรีรพระธาตุพระพุทธเจ้ามีในลัมภกัปปะนคร</p>
<p>ก็ปรารถนาจะใคร่ได้”</p>
<p>ในสมัยขอมเรืองอำนาจ ราว พ.ศ. ๑๔๗๐ &#8211; ๑๕๔๐ นั้น พระนางจามเทวีได้แผ่อำนาจเข้าครอบครองดินแดนในเขตลานนา ได้เปลี่ยนชื่อเมืองในเขตลานนาเป็นภาษาเขมร เช่น ลำพูนเป็น     หริภุญไชย น่านเป็นนันทบุรี เมืองแพร่เป็นโกศัยนคร หรือนครโกศัย</p>
<p>ชื่อที่ปรากฏในศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง เรียกว่า “เมืองพล” และได้กลายเสียงตามหลักภาษาศาสตร์เป็น “แพร่” ชาวเมืองนิยมออกเสียงว่า “แป้”</p>
<p><a href="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/n_prae.pdf" rel="attachment wp-att-158"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-158" src="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/01/pdf-e1456499235314.png" alt="pdf" width="138" height="45" /></a></p>
<hr />
<p><a href="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/054_phrae.pdf" rel="attachment wp-att-437"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-437" src="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/travelling-350x100.png" alt="" width="350" height="100" srcset="https://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/travelling-350x100.png 350w, https://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/travelling-350x100-300x86.png 300w" sizes="auto, (max-width: 350px) 100vw, 350px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อุตรดิตถ์</title>
		<link>https://insiam.com/uttaradit/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[insiam_911]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 27 Feb 2016 05:17:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[uttaradit]]></category>
		<category><![CDATA[อุตรดิตถ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://insiam.com/?p=274</guid>

					<description><![CDATA[เหล็กน้ำพี้ลือเลื่อง เมืองลางสาดหวาน บ้านพระยาพิชัยดาบหัก ถิ่นสักใหญ่ของโลก ประวัติฯอตรดิตถ์  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ หวน พินพันธุ์ ได้ศึกษาค้นคว้าเรื่องราวของจังหวัดอุตรดิตถ์ และเรียบเรียงไว้ดังนี้๑ ในท้องที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้มีคนอาศัยอยู่มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์แล้ว ต่อมาในสมัยสุโขทัยก็มีการตั้งเมืองขึ้นหลายเมือง เช่น เมืองทุ่งยั้ง และเวียงเจ้าเงาะในท้องที่อำเภอลับแลปัจจุบัน เมืองตาชูชกในท้องที่อำเภอตรอนปัจจุบัน เมืองสวางคบุรีในท้องที่อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ปัจจุบัน ในสมัยอยุธยาก็มีการตั้งเมืองพิชัยในท้องที่อำเภอพิชัยปัจจุบัน เป็นต้น ในสมัยรัตนโกสินทร์ก็มีการย้ายเมืองจากเมืองพิชัยมาตั้งใหม่ที่ตัวจังหวัดอุตรดิตถ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงรายละเอียดของอุตรดิตถ์ในอดีต ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ๑]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p>เหล็กน้ำพี้ลือเลื่อง เมืองลางสาดหวาน บ้านพระยาพิชัยดาบหัก ถิ่นสักใหญ่ของโลก</p></blockquote>
<p><strong>ประวัติฯอตรดิตถ์</strong></p>
<p><strong> </strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ หวน พินพันธุ์ ได้ศึกษาค้นคว้าเรื่องราวของจังหวัดอุตรดิตถ์ และเรียบเรียงไว้ดังนี้<a href="#_ftn1" name="_ftnref1">๑</a></p>
<p>ในท้องที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้มีคนอาศัยอยู่มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์แล้ว ต่อมาในสมัยสุโขทัยก็มีการตั้งเมืองขึ้นหลายเมือง เช่น เมืองทุ่งยั้ง และเวียงเจ้าเงาะในท้องที่อำเภอลับแลปัจจุบัน เมืองตาชูชกในท้องที่อำเภอตรอนปัจจุบัน เมืองสวางคบุรีในท้องที่อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ปัจจุบัน ในสมัยอยุธยาก็มีการตั้งเมืองพิชัยในท้องที่อำเภอพิชัยปัจจุบัน เป็นต้น ในสมัยรัตนโกสินทร์ก็มีการย้ายเมืองจากเมืองพิชัยมาตั้งใหม่ที่ตัวจังหวัดอุตรดิตถ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงรายละเอียดของอุตรดิตถ์ในอดีต ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน</p>
<p><a href="#_ftnref1" name="_ftn1">๑</a> หวน พินธุ์พันธุ์ <strong>อุตรดิตถ์ของเรา</strong> หน้า ๒ &#8211; ๑๕</p>
<p><a href="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/n_uttaradit.pdf" rel="attachment wp-att-158"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-158" src="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/01/pdf-e1456499235314.png" alt="pdf" width="138" height="45" /></a></p>
<hr />
<p><a href="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/058_utaradit.pdf" rel="attachment wp-att-437"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-437" src="http://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/travelling-350x100.png" alt="" width="350" height="100" srcset="https://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/travelling-350x100.png 350w, https://insiam.com/wp-content/uploads/2016/02/travelling-350x100-300x86.png 300w" sizes="auto, (max-width: 350px) 100vw, 350px" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
