<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>AOR SATIT-10 &#8211; INSIAM</title>
	<atom:link href="https://insiam.com/author/or/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://insiam.com</link>
	<description>77 จังหวัดสยาม ส่งเสริมประเพณีสยาม เพื่อสังคมสยาม</description>
	<lastBuildDate>Wed, 10 Aug 2016 08:53:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9</generator>

<image>
	<url>https://insiam.com/wp-content/uploads/2022/06/cropped-lotusx512-32x32.jpg</url>
	<title>AOR SATIT-10 &#8211; INSIAM</title>
	<link>https://insiam.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เตรียมตัวก่อนบินไปนอก</title>
		<link>https://insiam.com/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%81/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[AOR SATIT-10]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 14 May 2016 06:19:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[คนชอบเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[เตรียมตัวก่อนบินไปนอก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://insiam.com/?p=947</guid>

					<description><![CDATA[ก่อนเดินทางไกลไปต่างประเทศ บางครั้งใช้เวลานานหลายชั่วโมง บางครั้งอาจนั่งเครื่องบินหลับ แล้วตื่น ตื่นแล้วหลับหลายรอบก็ยังไม่ถึงจุดหมาย ปลายทาง หากเดินทางภาย ในทวีปเอเชียจะใช้เวลาประมาณ 2-6 ชั่วโมง      หากเดินทางไปทวีปออสเตรเลียจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 8-10 ชั่วโมง หากเดินทาง ไปทวีปยุโรปจะใช้เวลาประมาณ 10-14 ชั่วโมง หาก เดินทางไปทวีปอเมริกาจะใช้เวลาประมาณ 12-16 ชั่วโมง ทำอย่างไรเราจะถึงจุดหมายปลายทาง โดยที่มีสภาพร่างกายสมบูรณ์พร้อมจะประกอบภาระกิจต่อไปได้]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div id="pl-947"  class="panel-layout" ><div id="pg-947-0"  class="panel-grid panel-no-style" ><div id="pgc-947-0-0"  class="panel-grid-cell" ><div id="panel-947-0-0-0" class="so-panel widget widget_sow-editor panel-first-child panel-last-child" data-index="0" ><div
			
			class="so-widget-sow-editor so-widget-sow-editor-base"
			
		><h3 class="widget-title">เตรียมสุขภาพก่อนบินไปนอก</h3>
<div class="siteorigin-widget-tinymce textwidget">
	<p>ก่อนเดินทางไกลไปต่างประเทศ บางครั้งใช้เวลานานหลายชั่วโมง บางครั้งอาจนั่งเครื่องบินหลับ แล้วตื่น ตื่นแล้วหลับหลายรอบก็ยังไม่ถึงจุดหมาย ปลายทาง หากเดินทางภาย ในทวีปเอเชียจะใช้เวลาประมาณ 2-6 ชั่วโมง </p>
<p>     หากเดินทางไปทวีปออสเตรเลียจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 8-10 ชั่วโมง หากเดินทาง ไปทวีปยุโรปจะใช้เวลาประมาณ 10-14 ชั่วโมง หาก เดินทางไปทวีปอเมริกาจะใช้เวลาประมาณ 12-16 ชั่วโมง ทำอย่างไรเราจะถึงจุดหมายปลายทาง โดยที่มีสภาพร่างกายสมบูรณ์พร้อมจะประกอบภาระกิจต่อไปได้ โดยใช้เวลาปรับตัวสั้นที่สุด <br /><strong><br />     การเตรียมตัวก่อนขึ้นเครื่อง </strong></p>
<p>     1. สำหรับคนที่มีโรคประจำตัว ควรจะสอบถามแพทย์ประจำตัวของท่านว่าสามารถเดินทางไกลได้หรือไม่ ถ้าได้ก็ต้องเตรียมยาประจำตัวที่ใช้ทุกวันไป ให้พร้อม ซึ่งมีความ สำคัญพอๆกับพาสปอร์ตของคุณเลย เพราะหากคุณออกเดินทางโดยไม่มียา หากเกิดปัญหาขึ้นบนเครื่องบิน การแก้ไขปัญหาอาจทำไม่ได้หรือทำได้ก็อาจไม่ทันเวลา อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เช่น ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานอาจ มีระดับของน้ำตาลในเลือดสูงมากเกินไป หรือผู้ ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง หากไม่ได้รับยาเพื่อควบคุมความดัน อาจทำให้เกิดอันตรายได้เช่นกัน </p>
<p>     2. การเตรียมยาสามัญทั่วๆไป ที่เวลาเดินทางอาจเกิด ปัญหาได้เช่น ยาแก้ปวด (พาราเซทามอล), ยาลด น้ำมูก, ยาแก้แพ้, ยาแก้ท้องอืด, ยาแก้ปวดท้อง, ยาลดกรด, ยาแก้ ท้องเสีย, ยาแก้เมารถ, ยาแก้ เวียนศีรษะ, ยานอนหลับ ทั้งนี้อาจต้องสอบถามวิธีรับประทานจากแพทย์ประจำตัวของท่านด้วย </p>
<p>     3. หมากฝรั่ง กรณีที่มีเด็กและยังไม่รู้จักการปรับความดันของหูชั้นกลางกับสภาพอากาศภายนอก เวลาเครื่องบินเปลี่ยนระดับความสูง ไม่ว่าจะเป็นตอน เครื่องขึ้นหรือลง จะทำให้ความกดอากาศเปลี่ยนแปลง หากไม่มีการขยับขากรรไกรเพื่อเป็นการปรับอากาศภายในหูชั้นกลางโดยผ่านทางท่อ เชื่อมภายในหูกับช่องปาก จะทำให้มีอาการปวดภายในหูได้ การให้เด็กเคี้ยวหมากฝรั่งจะช่วยปรับความดันได้ หากเป็นเด็กเล็กอาจไม่สามารถใช้ หมากฝรั่งได้ การที่เด็กร้องเพราะปวดหู จะเป็นการปรับความดันไปในตัว พอร้องสักพักความดัน ปรับได้ที่เด็กก็จะหายจากอาการปวดหู และหยุดร้องในที่สุด </p>
<p>     4. เมลาโตนิน เป็นฮอร์โมนที่สร้างจากต่อมไพเนียล ซึ่งจะขับออกมาตอนกลางคืน การรับประทานเมลาโตนินจะสามารถช่วยให้ร่างกายปรับกลาง วันกลางคืนที่เปลี่ยนแปลงไปได้ดีขึ้น โดยเฉพาะ อย่างยิ่งกรณีที่เดินทางไปทวีปอเมริกาซึ่งอยู่ตรงกันข้ามของซีกโลก ความแตกต่างของเวลา ประมาณ 12 ชั่วโมง กลางวันจะกลายเป็นกลางคืน ขณะที่กลางคืนจะกลายเป็นกลางวัน ดังนั้นการปรับสภาพร่างกายจะค่อนข้างช้า และใช้เวลานาน ฮอร์โมนตัวนี้สามารถหาซื้อในต่างประเทศได้ตามเคาเตอร์ยา สามารถซื้อได้โดยไม่ ต้องมีใบสั่งแพทย์ แต่ในประเทศไทยไม่มีขาย สำหรับวิธี การใช้จะกล่าวรายละเอียดต่อไป </p>
<p><strong>     ข้อปฏิบัติระหว่างอยู่บนเครื่องบิน <br /></strong><br />     1. ตามที่มีข่าวเรื่องการเสียชีวิตจากปัญหาการเกิดเส้นเลือดอุดตัน แล้วหลุดไปที่ปอดทำให้ผู้โดยสาร เสียชีวิตในกรณีที่โดยสารเครื่องบินเป็นเวลา นานๆ เนื่องจากการไหลเวียนของโลหิตจะเกิดขึ้น ได้ดีเมื่อที่มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาเดิน ดังนั้นวิธีการป้องกัน ตัวเองคือ การพยายามเคลื่อนไหวแขนขาการเดิน หลังจากที่นั่งนิ่งๆ เป็นเวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง ขึ้นไป </p>
<p>     2. การเริ่มปรับเวลาให้เข้ากับเวลาของจุดหมายปลายทางตั้งแต่ขึ้นเครื่อง เนื่องจากการรับรู้จากระบบประสาทของเราจะเป็นตัวช่วยทำให้ร่างกาย เคยชินกับเวลาใหม่ได้ดีขึ้น ถ้าเราขึ้นเครื่องตอนเช้า แต่เวลาที่ปลายทางเป็นตอนค่ำ ให้หมุนนาฬิกาเป็นตอนค่ำ แล้วพยายามปรับสมองให้รับ รู้ว่าเวลานี้เป็นเวลาค่ำแล้วอย่าพยายามย้อน </p>
<p>     กลับไปเทียบเวลากับจุดเริ่มต้น จะทำให้การปรับสภาพการรับรู้ช้าลง อาจต้องใช้ยานอนหลับยาแก้แพ้ (บางคนไวต่อยาแก้แพ้มาก รับประทานแล้วมีอาการง่วงมากเหมือนทานยานอนหลับได้) หรือเมลาโตนินช่วย </p>
<p>     ข้อปฏิบัติเมื่อถึงจุดหมาย หากเวลาที่จุดหมายปลายทางแตกต่างจาก เวลาของจุดเริ่มต้นมากจะทำให้การปรับเวลาทำได้ช้า ฮอร์โมนที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในหมู่นักเดินทาง คือ เมลาโตนิน ขนาดที่ขายกันในท้องตลาดในต่างประเทศมีหลากหลาย เช่น 300 ไมโครกรัม, 1 มิลลิกรัม, 3 มิลลิกรัม โดยทั่วๆไปแล้ววันแรกของการปรับเปลี่ยนเวลาจะใช้ขนาดที่สูงกว่าวันต่อๆมา </p>
<p>     ยกตัวอย่างในสองวันแรกอาจใช้ยาขนาด 1 มิลลิกรัม วันที่สามและสี่ อาจใช้ 600 ไมโครกรัม และในวันที่ห้าหกใช้ขนาด 300 ไมโครกรัม อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวและอายุ หากน้ำหนักมากกว่า 70 กิโลกรัมอาจต้องใช้ยามากขึ้น ในขณะที่หากอายุมากกว่า 60 ปี อาจต้องใช้ขนาดยาที่ลดลง อย่างไรก็ตาม หากไม่มีเมลาโตนิน การใช้ยานอนหลับหรือยาแก้แพ้ก็สามารถจะช่วยในการปรับเวลาได้เช่นกัน </p>
<p><strong><span style="color: #ff6600;">Credit บทความโดย</span> : </strong>รศ. พันโท นายแพทย์วิเชียร มงคลศรีตระกูล<br />- แพทยศาสตร์บัณฑิต รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล<br />- Clinical Fellow in Hematology Medicine and Dysproteinemia,<br />Mayo Clinic, Rochester, Minnesota, USA.<br />- Research Fellow in Hematology Medicine and Laboratory at Mayo<br />Clinic, Rochester, Minnesota, USA.<br />- Thai Board of Hematology Medicine</p>
</div>
</div></div></div></div></div>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
